วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ว่าด้วย Elliott Wave....นับยากชะมัดเลยอ่า =="

 
กราฟรายเดือนครับ ""

1. นี่เป็นการสาธิตการนับ Elliott wave นะครับ ... ไม่การันตี...ว่าจะถูกหรือเปล่านะครับ เพราะแต่ละคนนับได้ไม่เหมือนกันหรอกครับ...และผมก็นับไม่เก่งด้วย แหะๆ
ผมก็ใช้ RSI เป็นตัวช่วยนับอ่ะครับ ดังรูปเลยครับ ... ถ้านับถูก อื้มมมม มันส์ครับ

2. สังเกตเห็นไหมครับว่า ก่อนกราฟจะขึ้นหรือลง จะมีการทำ divergent กับ RSI เสมอ...ยิ่งชันยิ่งแรง ถ้ายังไม่มีการทำ divergent กราฟก็จะไปตามทิศทางนั้นแหละครั

3. รอบนี้ ผมนับได้ 4 นะครับ ฮ่าๆ....ก็มาลุ้นกันว่า ผมจะนับถูกหรือเปล่า ฮ่าๆๆๆ....ตอนนี้กราฟลงมาทดสอบแนวรับ fibonacci ที่ 38.2% แล้วก็เด้งขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 23.6% เรามาลุ้นกันว่าจะสามารถ ทะลุไปได้หรือไม่ หรือจะทะลุแนวรับ นี้กันแน่ ... ลุ้นๆ

ปล. ภาพนี้เป็นกราฟ เดือน แปลว่า เป็นภาพใหญ่มากๆนะครับ รอกันนานหน่อย ... แท่งเทียง 1 แท่ง คือ 1 เดือน....เห็นไหมครับ ตีมาได้แค่ 3 cycle เอง ตั้ง 30 ปี ฮ่าๆๆ
 

วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ยังไม่ถึง stop loss ..... ผมไม่ขาย!!

SET ระยะ day

หลักในการเล่นหุ้นแบบ Technical Analysis นั้น ง่ายๆ มีอยู่ 2 อย่างคือ
             1. เมื่อไปถูกทางต้อง "let profit run" และ
             2. เมื่อไปผิดทางต้อง "cut loss"

ซึ่ง การจะทำ 2 อย่างนั้นได้ต้องใช้ความรู้ (บ้าง) + ใจ (มหาศาล) ครับ ....

ตัวอย่าง SET ระยะ day ครับ (ให้เอาไปใช้กับหุ้นรายตัวได้นะครับ ลองดู)....

วันที่ 8พ.ย.54 ดัชนีทะลุเส้นแนวต้านสีส้มไปแล้ว เราก็ซื้อตามครับ เพราะ เมื่อมันทะลุแล้วมักจะขึ้นต่อไปเรื่อยๆ

ผมวาง stop loss ไว้ตรงเส้นประสีแดงครับ....เนื่องจากผมใช้ Dow theory ครับ มันเป็น low เดิม

แปลว่า เมื่อราคาไม่ตกมาถึงหรือทะลุเส้นที่ผมวางไว้ ผมจะไม่ขายเด็ดขาด

แล้วอีก 2 วัน มันก็มาทดสอบ "ใจ" ผมทันที ฮ่าๆๆๆ ...

ดูสิครับ ถ้าผมขายไป ฮึ่ม "ขายหมู" เลยทีนี้ เพราะหลังจากนั้นก็วิ่งขึ้นไปต่อ แล้วก็ let profit run ไปเรื่อยๆครับ

สิ่งที่ต้องตอบตัวเองให้ได้ก็คือ ขายเมื่อไหร่??

อันนี้พอมองภาพออกไหมครับ

** จำไว้เลยนะครับ ถ้าจะเล่นแนวนี้ ต้อง "มีวินัย" และ "จุดcut loss" เสมอ เราจะไม่เจ็บหนักครับ ^^

แล้ววันหลังเมื่อมีโอกาส ผมจะเอาตัวอย่างการไม่วางจุด stop loss มาให้ดูครับ

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

SET 9-NOV-2011......ทะลุแนวต้านแล้วทำไมวันนี้ถึง ลบ??



เมื่อวานทะลุแนวต้านขึ้นมาแรง....วันนี้ก็เลยลบไปเบาะๆ 15จุด

ตรงนี้ผมมองว่า เนื่องจากมันทะลุเส้น แนวต้านเส้นสีเหลือง ซึ่งเป็นเส้นที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง (แปลว่ามันมีการซื้อ-ขาย ดึงรั้งราคากันอยู่หลายครั้งแล้ว) .... แนวต้านจึงกลายเป็นแนวรับทันที....เมื่อมันทะลุไปก็มีบางคนที่ "อยากขาย" เพื่อหนีดอย อยู่บ้าง ก็เลยดึงให้ราคามันลงมา ทดสอบแนวรับนี้ ซึ่งแข็งแกร่งกว่ามาก เพราะมีแนวรับถึง 2 เส้น คือเส้นสีเหลืองและเส้นสีแดง

คราวนี้ราคาก็ไปได้ 2 ทางเช่นกัน คือ 1. ทะลุลงผ่านเส้นแนวรับสีแดง...กรณีนี้ก็จะไปทดสอบ Low เดิม ค่อยว่ากันอีกที หรือ 2. เด้งขึ้นไปต่อ...กรณีนี้ก็จะเคลื่อนไปตามเส้นประสีแดง 2 เส้นจะสังเกตเห็นว่า มันเริ่มบีบเป็นสามเหลี่ยม เมื่อไปถึงปลายของสามเหลี่ยมนี้มันก็จะ "เลือกทาง" ให้ระวัง**

มาดู indicator กันบ้าง
1. Stochastic Momentum...ตัดขึ้นเป็นสัญญาณ ซื้อ ได้ .... อาจจะมีเด้งขึ้นนะ
2. MACD....ยังไม่ตัดลง ก็คิดว่ายังคงขึ้นต่อ
3. RSI...ทำท่าหัวงอลงมา แต่ก็ยังมากกว่า 50 .... ผมมองว่ามันยัง bullish อยู่

สรุป..พรุ่งนี้ ลุ้น Rebound ในกรอบแคบๆ ครับ ^^

อย่าลืมนะครับ TA คือเล่นตาม Trend....อย่าฝืนเทรนด์ และกล้าที่จะเชื่อ indicator ต่างๆ ... แต่ก็ต้องอย่าลืม "cut loss" ด้วยนะครับ ^^"

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

SET 8-NOV-2011 .... สืบเนื่องจากบทเรียนครั้งที่แล้ว !! ที่ต้องจดจำ ^^"


หลังจากผมเคย ฝืน Trend มาแล้วครั้งนึง ทำให้เศร้ามาก T_T" .....ครั้งนี้เลยต้องการจะทดสอบ Trend ว่า ฮึ่ม!! การเล่นตาม Trend โดยตัดความเห็นหรือความรู้สึกส่วนตัวออกไป มันจะได้ผลแค่ไหน

การเล่นหุ้น อย่างที่บอกไว้ครับ มี 2 แบบหลักๆคือ 1. ซื้อลงทุน (VI) และ 2. ซื้อเก็งกำไร (TA) ... วันนี้เราจะมา share ถึงแบบหลังกันครับ

การเล่นหุ้นแบบ TA : Technical Analysis ... พูดง่ายๆ ก็คือ การเล่นตาม Trend นั่นแหละครับ กราฟไปทางไหน เราไปทางนั้น .... ขาขึ้นเราซื้อแล้วขาย ,,, ขาลง เราขายก่อนแล้วค่อยซื้อคืน (ภาษาหุ้นเขาเรียกว่า Short อ่ะครับ) .... จะเห็นว่าเราสามารถทำกำไรได้ทั้ง 2 ขา เลย

ขาขึ้น: สมมุติเรามองว่า ต่อไปราคาจะขึ้นแน่ๆเลย เราก็ ซื้อราคา 10 บาท เมื่อมันขึ้นไปที่ราคาหนึ่งเราก็ขายมันไป สมมุติ เราขายไปที่ ราคา 20 บาท ก็เท่ากับเราได้กำไร 10 บาท

ขาลง: สมมุติเรามองว่า ต่อไปราคาจะลงแน่ๆเลย เราก็ ขายราคา 20 บาท เมื่อมันขึ้นไปที่ราคาหนึ่งเราก็ซื้อคืนซะ สมมุติ เราซื้อคืนที่ราคา 10 บาท ก็เท่ากับเราได้กำไร 10 บาท

ปล. หลายคนคง งง ... ไม่มีหุ้นอยู่ในมือแล้วขายก่อนได้ไงว้า ~~" ... แหะๆ ก็เรายืมหุ้นจากโบรกเกอร์มาขายก่อนอ่ะครับ แล้วเราก็ซื้อคืนโบรกไปทีหลัง โดยเสียค่ายืมนิดหน่อย เหมือนเป็นดอกเบี้ยอ่ะครับ ... พอ get ป่ะ??

คำถามต่อไป..... อ้าว!! แล้วเราจะรู้ได้ไงว่า มันจะขึ้น หรือมัน จะลง???
อื้ม ... มันก็มี indicator ต่างๆ ใช้เป็นตัว "ทำนาย" Trend อะครับ เช่น MACD, RSI, EMA, Bolinger, Fibonacci, Stochastic Momentum,....บลาๆๆๆๆ เยอะแยะเลยครับ มันขึ้นกับว่าเราชอบใช้ตัวไหนบ้าง (สังเกตนะว่า ผมใช้คำว่า "ทำนาย" นะครับ แปลว่า มันอาจจะผิดก็ได้)

ดังนั้น....สรุปง่ายๆคือ การเล่น TA ก็เป็นการเล่นตาม Trend แหละครับ

*** บทเรียนที่ต้องจำ***
สำหรับผมแล้ว เมื่อครั้งที่แล้ว SET ยืนเหนือ 1000 มาตลอด ... มีวันนึง ประมาณเดือน ก.ย. SET ลงมาทดสอบ 1000กว่าๆ จุด ..... ถามว่าตอนนั้นเรารุ้ไหม ว่าถ้ามันทะลุลงมาได้ มันจะลงต่อไปเรื่อยๆ อื้ม!!! ใช่ รู้ครับ ...แต่ ตอนนั้น ใช้ความรู้สึก + คนเขาว่า (= มั่ว 555+) ก็เลยคิดว่า เห้ย ไม่มีทางลงมาหรอก เศรษฐกิจกำลังดีเลยเนี่ย เดี๋ยวมันก็ขึ้น .... ก็เลยสอยไป 1 ไม้ !! ... วันต่อมา ตลาดเปิด "ทะลุทุกแนวรับ" ... เศร้าสิครับ T_T"

*********** จำไว้เลยนะครับ "อย่าฝืน Trend" *************  ... ให้ดอกจันทร์ล้านดอกเลย แหะๆ

------------------------------------------------------------------------------
มาวันนี้ 8 Nov 2011 .... SET กราฟ day

ธรรมชาติของกราฟ มันจะขึ้น-ลง ไปทดสอบแนวรับแนวต้านต่างๆ เสมอ ... ตามลำดับนี้เลยครับ ^^

1. หลังจากกราฟได้ขึ้นมาทดสอบ แนวต้าน (เส้นประทะแยงสีเหลือง) หลายต่อหลายครั้ง ... วันนี้ก็ทำสำเร็จ (ยินดีด้วย ทาเคชิ!!) เห็นไหมครับ แท่งยาวเชียว บวกไป 27.42 จุด เยี่ยม!! .. มันทดสอบหลายๆครั้ง มันยิ่งเป็นแนวที่แกร่งอะครับ มันก็เลยเด้งแรงเป็นธรรมดา

2.เมื่อมันทะลุเส้นที่ 1 นี้ไปแล้วจะยืนยันว่าเป็นขาขึ้นได้ก็คือ...Dow Theory "หัวต้องยก" .... เส้นประสีเขียว เป็นเส้นบอก high ก่อนหน้า ... แปลว่า ถ้าสามารถทะลุแนวต้านนี้ไปได้ก็แปลว่า "หัวยก" !!

3. ถ้าสามารถทะลุ เส้นที่ 2 ไปได้ ก็จะไปเจอเส้นที่ 3 นั่นคือ.... EMA 90 วัน ... โดยธรรมชาติของ EMA จะเป็นแนวรับ-แนวต้านธรรมชาติอยู่แล้ว ... รอดูกันครับว่าจะทะลุเส้นนี้ไปได้ไหม ที่ประมา 997 จุด (ผมให้ 1000 จุดครับ ตามหลักจิตวิทยาลงทุนด้วย "เลขกลมๆ เจ๋งเสมอ") อีกอย่างนึง เมื่อลาก Fibonacci จะพบว่า เส้น 50% ก็อยู่แถวๆนี้เช่นกัน ... แปลว่า แนวรับนี้ "โคตรแกร่ง" เลยครับ

4. สำหรับผมแล้ว ถ้าจะเป็น "ขาขึ้น" จริงๆ ผมคิดว่าต้องผ่านเส้น EMA 233 วันไปให้ได้ ... ก็ถ้าทะลุ เส้นนี้ไปได้ "แหล่ม" เลยครับ หุหุ

5. หลังจากนี้แล้ว กราฟจะทะยอย "ปิด gap" ต่างๆแล้วครับ มีอยู่หลาย gap ครับ ลองนับดู....นั่นก็ใช้เป็น แนวรับ-แนวต้านได้ครับ

จะเห็นว่า ถ้ามันเป็นดังที่ผมว่าข้างบน กราฟมันจะวิ่งขึ้น-ลง ไปตามเส้นประสีแดงที่ขนานกันนั้นแหละครับ "มันจะขึ้นเรื่อยๆ" ....ถามว่าจะขึ้นไปถึงเมื่อไหร่?? ... ไม่มีใครรุ้หรอกครับ "ก็ขึ้นไปจนกว่ามันจะลง" นั่นแหละครับ หุหุ ไม่ได้กวนนะครับ มันเป็นแบบนั้นจริงๆ
------------------------------------------------------------------------------
ลองมาดู indicator ตัวที่ผมชอบใช้หน่อยนะครับ ผมชอบใช้ RSI และ MACD ครับ .... อย่าลืมนะครับ มันใช้ "ทำนาย" ... แปลว่า มันจะเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้ ^^

1. RSI ... ก็ขึ้นไปตามกราฟแหละครับ ยังไม่ overbought (จุดที่ overbought คือ RSI > 70) แปลว่ามันก็ยังมีโอกาสขึ้นต่อไปเรื่อยๆครับ .... แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่ กดหัวลงมานะครับ อะไรก็เป็นไปได้เสมอ

2. MACD ... ก็ยังคงขึ้นไปเรื่อยๆ ตามกราฟ เช่นกันครับ ... แต่ที่สังเกตเห็นคือเป็นวันแรกที่ MACD บวก ครับ อิอิ แต่ก็ยังต้องลุ้นต่อไปว่า signal จะบวกตามหรือไม่ แปลว่ามัน bullish อยู่ครับ .... สำหรับผู้ที่ใช้ MACD เป็นตัวกำหนดเกม ก็ยังต้องรอให้ 2 เส้นตัดลงก่อนครับ ถึงจะเป็นสัญญาณ "ขาย" ช่วงนี้ก็ถือรอไปก่อนครับ ^^" (จุดเข้าของ MACD ก็คือ 2 เส้นตัดขึ้นครับ เห็นกันหรือเปล่า??)
------------------------------------------------------------------------------
เห็นไหมครับ นี่เป็นการเล่น ตาม Trend ... เราก็ไปรอ "ซื้อ-ขาย" แถวๆ แนวรับ-แนวต้าน นั่นแหละครับ ส่วนพวก indicator เป็นเหมือนตัวใช้ยืนยัน Trend เฉยๆอ่ะครับ ให้ใช้ "ดูประกอบ" แต่ ห้ามใช้เป็นตัวนำนะครับ ***

คำถามต่อไป ... ไม่เห็นมีอะไรชัวร์เลยว่ามันจะ ขึ้นจริงหรือลงจริง แล้วเราจะทำยังไง??
ตอบง่ายๆครับ ถ้าเราไปถูกทาง ก็ let profit run ไปเรือยๆครับ แต่ถ้าไปผิดทางก็ cut loss ครับ
(cut loss เราจะพูดกันในโอกาสต่อไปนะครับ ^^)

เล่นแบบนี้ไม่มีทาง "หมดตัว" แน่ๆครับ ขอให้มีวินัย อย่าฝืน trend และอย่าเอาอารมณ์ของตัวเองมาใช้ตัดสินครับ "ผมโดนมาแล้ว" เอิ๊กๆ

ขอให้ทุกคนโชคดี ^^"

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

SET day 2-Nov-2011....จะเป็นยังไงกันนะ ??

SET ภาพ day ของวันที่ 2 พ.ย. 54


 จะไปทางไหนต่อนะ??

1. เส้น Trendline สีส้ม บอกว่ากราฟกำลัง "ขึ้น" เรื่อยๆ (กราฟยังวิ่งอยู่ใน Channel) ----ตามทฤษฎี Dow's Theory หัวยกและตูดยก คือขาขึ้น---- สิ่งที่ต้องดูต่อไปคือ "แท่งเทียน" ต้องไม่ไปลงไปต่ำกว่า Low ก่อนหน้า ก็เส้นสีชมพูที่ขีดไว้นั่นแหละ เพราะถ้าต่ำกว่านั่นคือ break support line ลงไป ก็จะลงไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆ ส่วน step ต่อไปคือ จะลงไปถึงไหน ..ฮึ่ม นั่นไง gap!! ก็ลงไปปิด gap ที่แถวๆ 870-880 นั่นแหละ ... แต่ถ้ายังคงวิ่งบน channel อยู่ก็ไปดูตาม gap ต่างๆนั่นแหละ เพียบ!!!

2. EMA...กราฟยังคงคลอเคลียอยู่แถวๆ EMA 35 วัน จึงยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็น "ขาขึ้น" ... ก็รอดูกันต่อไปว่า EMA 15 จะตัดกับเส้น EMA 35 ขึ้น เมื่อไหร่ ก็เป็นสัญญาณเข้าซื้อ แล้วเล่นไปตามเส้น EMA15วัน นั่นแหละ

3. เส้น Trendline สีเขียว เป็น Trendline เส้นใหญ่ ที่ ถ้าสามารถทะลุ (ประมาณ 985จุด) ขึ้นไปได้ก็จะเปลี่ยนเป็น "ขาขึ้น" ทันที....แต่ถ้าจะให้เป็นขาขึ้นชัวร์ ต้องผ่านเส้น EMA 233 วัน ให้ได้......ตรงนี้น่าสนใจ ^^"